กำเนิดดวงอาทิตย์ ดาวฤกษ์ของดาวทุกดวงในระบบสุริยะ

เช้าที่อากาศแสนจะสดใสมาพร้อมกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามานั่นคือสิ่งที่บอดเราว่าเช้าแล้ว แสงแดด ที่สาดส่องเข้ามานั่นมาจากดวงอาทิตย์ที่เราเห็นกันในทุกๆ เช้า ในสมัยแน่นอนคุณคงเคยที่จะได้ยินว่าเข้าแถวหน้าเสาธงตากแดดตอนเช้าจะได้รับวิตามิน แล้วคุณเคยสงสัยไหมว่าดวงอาทิตย์นั่นคืออะไรแล้วมันกำเนิดมาตั้งแต่ตอนไหนกัน

หลายๆ คนที่เคยได้เรียนวิทยาศาสตร์เรื่องที่เกี่ยวกับดวงดาว คงจะเคยได้ยินว่าดวงอาทิตย์เป็น  กริลแอร์   ดาวฤกษ์ของดาวทุกดวงในระบบสุริยะ และดวงอาทิตย์ยังมีแสงสว่างในตัวเองอีกด้วย และแสงเหล่านั่นก็จะถูกปล่อยไปยังดวงดาวต่างๆ แสงจากดวงอาทิตย์นั่นมีความสำคัญกับโลกของเราเป็นอย่างมาก

แล้วคุณเคยสงสัยบ้างหรือเปล่าว่าดวงอาทิตย์มีต้นกำเนิดหรือแหล่งกำเนิดมาจากที่ใด ดวงอาทิตย์นั่นถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ    5,000 ล้านปีมาแล้ว ในเวลาใกล้เคียงกันกับที่โลกได้เกิดขึ้น โดยมีตำแห่งอยู่ในมุมหนึ่งบนกาแลกซี่ทางช้างเผือกของเรา ดวงอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ชั้นจีสอง ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,392,000 กิโลเมตร

หลายคนอาจจะคิดว่า ดวงอาทิตย์นั่นจะเป็นของแข็งเหมือนกับโลกแต่เปล่าเลยดวงอาทิตย์เป็นดาวที่เกิดจากกลุ่มแก๊สขนาดมหึมา ประกอบด้วยไฮโดรเจน 75% และฮีเลียม 25% แล้วที่เหลืออีก 0.1% เป็นโลหะ สัดส่วนเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างช้าๆ ดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนไฮโดรเจนในแกนของมันให้เป็นฮีเลียมนั่นคือระเบิดปรมาณูนิวเคลียร์ฟิวชัน หรือไฮโดรเจนบอมที่มาของพลังงานของดวงอาทิตย์

ดวงอาทิตย์สร้างพลังงานโดยการเปลี่ยนเนื้อสารให้กลายเป็นพลังงานตามสมกรของไอน์สไตน์ E = MC2 บริเวณที่เนื้อสารกลายเป็นพลังงานอยู่ที่แกนกลางซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 15,000,000 องศาเซลเซียส ที่แกนกลางของดวงอาทิตย์มีระเบิดไฮโดรเจนจำนวนมากที่กำลังระเบิด ในทุกๆ 1 วินาที ดวงอาทิตย์จะเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็น700,000,000 ล้านตัน

        ให้กลายเป็นฮีเลียม695,000,000 ล้านตัน ส่วนน้ำหนักที่หายไปเปลี่ยนรูปพลังงานเป็นรังสีต่างๆ พุ่งตรงมายังพื้นผิวจากนั่น พลังงานจะถูกดูดกลืนเข้าไปและเปล่งออกมาอีก ทำให้อุณหภูมิลดลงเมื่อถึงพื้นผิวกลายเป็นแสงที่เรามองเห็นได้นั่นเอง

ดวงอาทิตย์นั่นเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์เป็นอย่างมากที่ธรรมชาติได้สร้างขึ้นมา ดวงอาทิตย์นั่นเปล่งแสงออกมาและส่งมายังโลกเพื่อในมนุษย์และสิ่งมีชีวิตที่อยู่บนโลกได้ในการดำรงชีวิต และไม่อย่างคิดเลยว่าถ้าเมื่อถึงวันที่ดวงอาทิตย์ตงระเบิดกลายเป็นดาวแคระขาวนั่นอย่างที่มันควรที่จะเป็นเมื่อถึงอายุขัยของมัน และแน่นอนว่าเราคงไม่อยากที่จะให้วันนั่นมาถึง เพราะทุกคนยังคงอยากที่จะตื่นเช้ามาแล้วยังเห็นแสงของมันอยู่เหมือนกับทุกๆ เช้า 

การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นและน้ำขึ้นน้ำลง

ไฟฟ้านั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก  ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ในปัจจุบัน การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานคลื่น ถ้าเกิดว่าเราไม่มีไฟฟ้า  แล้วละก็เมื่อถึงเวลาตอนกลางคืน ที่ไม่มีแสงสว่างของดวงอาทิตย์ส่องลงมาแล้วโลกทั้งโลกคงจะต้องย้อนกลับไปเป็นเหมือนๆ  กับสมัยที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้อย่างแน่นอน

พอถึงตอนนั้นผู้คนคงจะยังงงๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ในปัจจุบันนี้มีการใช้แหล่งพลังงานต่างๆ ที่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้กว่าในอดีตมาก

การผลิตไฟฟ้าสามรถทำได้หลายรูปแบบ และแหล่งพลังงานที่สามารถนำมาผลิตกระไฟฟ้าได้       

  ก็แตกต่างกันอีกด้วย สำหรับวันนี้เราจะมาผู้ถึงการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียน นั้นก็คือการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นและน้ำขึ้นน้ำลงนั้นเอง  แต่หลายๆ คนอาจที่จะไม่เชื่อว่าคลื่นและน้ำขึ้นน้ำลงนั้นจะสามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างไร  แต่นั้นมันเป็นไปได้ที่วันคลื่นและน้ำขึ้นน้ำลงผลิตไฟฟ้าได้    

  แต่ก่อนที่เราจะไปรู้ว่ามันผลิตไฟฟ้าได้อย่างไร  เราจะต้องรู้จักเกี่ยวกับอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า “ไดนาโม” ก่อน เพราะสิ่งนั้นมันคือเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่จะเปลี่ยนพลังงานกล  เป็นพลังงานไฟฟ้าโดยอาศัยหลักการเหนี่ยวนำไฟฟ้ามีส่วนประกอบสำคัญคือ ขดลวดที่ที่พันอยู่รอบแกน แม่เหล็กสองแท่ง

โดยจะหันขั้วต่างกันเข้าหากันเพื่อให้เกิดสนามแม่เหล็กขึ้น โดยจะมีส้นแรงแม่เหล็กพุ่งจากขั้วเหนือไปยังขั้วใต้นั้นเอง ต่อไปเรามารู้จักว่าคลื่นและน้ำขึ้นน้ำลงสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่าไร  คลื่นที่เกิดจากลมเป็นการถ่ายทอดพลังงานผ่านแรงฝุ่นระหว่างโมเลกุลของอากาศและโมเลกุลของน้ำ 

การผลิตกระแสไฟฟ้าจากคลื่น คือ การน้ำเอาคลื่นน้ำจากทะเลหรือใต้มหาสมุทร ไปหมุนแกนของเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเมื่อแกนของเครื่องหมุน  ก็จากทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าได้ ส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากน้ำขึ้นน้ำลงนั้นจากคล้ายๆ กับการผลิตกระไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ คือจะใช้ประโยชน์จากแรงดันน้ำเมื่อน้ำไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ

หลังการในการผลิตก็คือการสร้างเขื่อนยาวปิดปากอ่าว โดยที่จะเว้นช่องใต้เขื่อนไว้ให้น้ำไหลเข้าออกได้ ซึ่งภายในช่องใต้เขื่อนจะมีกังหันติดตั้งอยู่  และเจ้ากังหันที่ว่านี้กะต่ออยู่กับแกนของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า โดยที่กังหันจะหมุนขณะที่เกิดน้ำขึ้นน้ำลง  แต่ถึงแม้ว่าปรากฏการณ์ของน้ำขึ้นน้ำลงนั้นจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่ก็ใช้ว่าทุกประเทศจะสามารถผลิตกระแสไฟฟ้า จากปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงได้ เพราะมันยังมีข้อจำกัดในการผลิตของกระแสไฟฟ้าที่ว่านี้อยู่

 

สนับสนุนโดย.  หวยดี

ป่าเรดวูดแห่งดาวอังคาร

ป่าเรดวูดแห่งดาวอังคาร มีหลายสิ่งหลายอย่างมากๆที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเราที่จอดอยู่ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่นักวิทยาศาสตร์ทั่วทุกมุมโลกพยายามที่จะศึกษาทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาบนโลกของเราเพื่อให้เราได้รับรู้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับมันเช่นเดียวกันกับในอวกาศในอวกาศนั้นกว้างใหญ่ไพศาลแค่ไหน

ไม่มีใครสามารถรับรู้ความคิดของบันไดแต่นักวิทยาศาสตร์พยายามที่จะพัฒนาเครื่องมือเทคโนโลยีเพื่อที่จะส่งยานอวกาศออกไปสำรวจให้ได้ไกลมากที่สุดเพื่อที่เราจะได้รู้ว่าครอบครองจักรวาลนั้นอยู่ตรงไหนกันแน่

จักรวาลที่กว้างใหญ่ประกอบไปด้วยกาแลกซี่ดาวเคราะห์ต่างๆมากมายซึ่งในวันนี้เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ป่าเรดวูด แห่งดาวอังคาร ซึ่งป่าแห่งนี้มันคือแผนการที่นักวิทยาศาสตร์ได้มีการนำเสนอเพื่อตั้งอาณานิคมบนอวกาศนั่นเองสำหรับการย้ายถิ่นฐานหรือการเข้าไปตั้งอาณานิคมยังดาวเคราะห์ดวงอื่นๆนั้น

เป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมากหรือถ้าจะเป็นไปไม่ได้เลยแต่นักวิทยาศาสตร์โลกของเราก็ได้พยายามที่จะศึกษาถึงดาวเคราะห์ที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อสิ่งมีชีวิตเรื่องดาวเคราะห์และตัวอย่างนั้นก็คือดาวอังคารเองในปัจจุบันนี้ก็ยังคงมีการศึกษาไม่ว่าจะเป็นแหล่งน้ำสภาพอากาศและถิ่นที่อยู่บนดาวอังคาร

เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถย้ายที่อยู่บนนั้นได้ ปฏิบัติการในการตั้งอาณานิคมบนดาวอังคารกำลังเดินหน้าต่อไปซึ่งทาง Space x ได้มีการวางแผนการของพวกเขาในการตั้งระบบขนส่งระหว่างดาวเคราะห์ขึ้น เพื่อส่งสูงบินอวกาศขึ้นสู่ดาวอังคารและเดินทางกลับมายังโลกทุกๆ 26 เดือน แต่ภูเขาก็ยังไม่ได้มีการเปิดเผยโฉมโมเดลของอาณานิคมบนดาวอังคารนี้มันจะเป็นเช่นไรสิ่งที่ได้แบ่งปันแก่เราก็คือเหมือนบนดาวอังคารจะถูกได้โดนแก้วโดยทีมงานที่สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์เอ็มไอที 

ป่าเรดวูดแห่งดาวอังคาร  ได้มีการใช้ชื่อเรียกอาณานิคมแห่งนี้ว่าป่าเรดวูดซึ่งความคิดของพวกเขาก็คือการวางดงแก้วคลุมเรื่องบนพื้นผิวบนดาวอังคารที่มีการเชื่อมต่อกันด้วยระบบเครือข่ายทางอุโมงค์ใต้ดินจึงจะทำงานเหมือนกับรากของต้นไม้จะมีการต่อท่อเพื่อนำดินและน้ำใต้ดินปรับขึ้นมาที่โดมเลยนำมาใช้ในการสร้างออกซิเจน

และใช้ในฟาร์มไฮโดรโปนิกส์น้ำยังใช้ในการเติมเซลล์ด้านนอก ของโยมเพื่อปกป้องผู้คนจากรังสีของดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นไอเดีย ที่เข้าท่ามากๆแต่เราอาจจะได้เห็นมันในช่วงชีวิตของเราก็เป็นได้ซึ่งแผนของ Space x ทำงานได้ดีเราอาจจะได้เห็นการตั้งอาณานิคมกลุ่มแรกบนดาวอังคารในไม่ช้านี้อย่างแน่นอน ก่ออาจเป็นไปได้ ใครจะไปคาดเดาได้

 

สนับสนุนโดย.  ชุดตรวจ hiv

อาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ พื้นผิวของดาวอังคาร

อย่างที่เราเองนั้นก็ทาบกันเป็นอย่างดีว่ามนุษย์อย่างเรา พื้นผิวของดาวอังคาร หรือว่าสิ่งมีชีวิตหลายชนิดมีโลกเป็นที่ให้อยู่อาศัย และมันก็เป็นเรื่องที่ยากที่จะมาหักล้างความจริงที่ว่านี้ได้ แน่นอนว่าดาวเคราะห์ไม่ดีมีเพียงโกลกของเราเท่านั้น แต่ดาวเคราะห์ที่เหมาะกับการดำรงชีวิตอยู่มีเพียงแค่โลกของเราในตอนนี้ แต่ไม่แน่ว่าในอนาคตอาจจะมีดาวเคราะห์ที่เหมาะต่อการดำรงชีวิตก็เป็นได้

แน่นอนว่าอย่างที่เราได้กล่าวกันไปข้างต้น เรื่องราวต่างๆ มากมายเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิต และดวงดาวต่างๆ บนท้องฟ้าได้รับการศึกษาค้นคว้าจนรู้ที่มาที่ไป ว่าทุกอย่างนั้นเริ่มต้นขึ้นอย่างไร และหลายคนก็ คงจะเคยได้ยินเรื่องนี้กันมาบ้างเกี่ยวกับการส่งมนุษย์ขึ้นไปบนดาวอังคาร และเรื่องที่เรากำลังจะพูดถึงต่อไปนี้มีชื่อว่า เรานั้นอาจจะต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ผิวของดาวอังคาร ซึ่งมันก็คือถ้าหากว่าถ้าหากเราย้ายขึ้นไปอาศัยอยู่บนดาวอังคารได้จริงๆ

ในอนาคตเราจะต้องอาศัยอยู่ใต้ดินไปตลอด และนี้ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่การตั้งรกรากบนดาวอังคารเป็นความคิดที่แย่ ถ้าหากว่ามันเป็นความคิดที่แย่จริงๆ มันคงจะไม่ได้รับการพัฒนาสิ่งต่างๆ เพื่อที่จะส่งมนุษย์ขึ้นไปบนนั้นหรอกจริงไหม แน่นอนว่าเมื่อการศึกษาเกี่ยวกับการเดินทางไปอาศัยอยู่ดาวอังคารเหมือนจะไปได้ดี แต่ทว่ามันก็ยังมีข้อถกเถียงต่างๆ

ออกมาสเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่น้อยเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของบริษัท SPACEX จะมีแผ่นการใหญ่ในการตั้งถิ่นฐานบนดาวเคราะห์สีแดงอย่างดาวอังคารดวงนี้ด้วยจรวจขนาดใหญ่ที่  สามารถขนส่งผู้คนหลายแสนคนที่ดินทางไปสู่ดาวอังคารได้อย่างไรก็ตามเขาคนนี้อาจจะต้องทบทวนแผนการเหล่านั้นให้อีกครั้ง เพราะเนื่องจากมีเหตุผลมากมายที่สิ่งนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นมา

แต่ทว่าอย่างที่เราก็รู้กันดี พื้นผิวของดาวอังคาร ในต้องนี้โครงการดังกล่าวได้พัฒนาไปเป็นอย่างมากถึงแม้ว่าจะมีปัญหามากมายเข้ามาให้แก้ไม่หยุดในระหว่าง   ที่ทำการทดลองสิ่งที่จะส่งมนุษย์ขึ้นไป และยังต้องศึกษาเกี่ยวกับดาวอังคารเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย แต่ถ้าหากว่ามันคุ้มแล้วจริงหรือเปล่า

ถ้าหากว่าเมื่อสามารถขึ้นไปอาศัยอยู่บนนั้นได้แล้ว แต่ต้องอยู่แต่ใต้พื้นผิวของมัน เรื่องนี้แน่นอนว่าต้องได้รับการพิจารณาดูใหม่จริงอยู่ว่าแนวคิดเกี่ยวกับการส่งมนุษย์ขึ้นไปยังดาวอังคารหลายคนมองเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งเราเองก็เหมือนกัน แต่อย่าลืมว่ามนุษย์เกิดขึ้นที่ดาวเคราะห์  ที่ชื่อว่าต่อให้ดาวอังคารจะสามารรถอยู่ได้ แต่มันดีแล้วจริงๆ หรือ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย    หวยออนไลน์บาทละ 1000