โควิด-19 ระบาดรอบ 3 ทำคนว่างงานพุ่ง

         ก่อนหน้านี้ที่มีการระบาดของไวรัส covid-19  เมื่อช่วงปีที่แล้วเจ้าของธุรกิจไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ต่างก็ได้รับผลกระทบ  ระบาดรอบ 3 ทำคนว่างงานพุ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องของการท่องเที่ยวและการโรงแรม  รวมถึงการทำโฆษณานอกจากนี้ยังมีธุรกิจขนาดเล็กอีกหลายธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดจนต้องปิดกิจการลงส่งผลทำให้มีคนตกงานและว่างงานเป็นจำนวนมาก

        ยังไงก็ตามเพราะสถานการณ์ของไวรัส covid-19  เริ่มจะดีขึ้นมีแนวโน้มว่าเศรษฐกิจกำลังจะกลับมาดีขึ้นเจ้าของธุรกิจเริ่มกลับมาเปิดกิจการของตนเองได้แต่กลับพบว่ามีการระบาดของไวรัสโควิด-19  รอบใหม่ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 และการระบาดในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อปัญหาเศรษฐกิจและเจ้าของธุรกิจหนักหนาสาหัสมากกว่าเดิมส่งผลทำให้ในตอนนี้เราต้องจับตามองเกี่ยวกับเรื่องของคนตกงานกันมากขึ้นโดยในตอนนี้ยอดของคนว่างงานนั้นพุ่งสูงขึ้น

            จากเดิมอย่างเห็นได้ชัดเพราะในขณะนี้นั้นมีผู้ไปแจ้งประกันสังคมเกี่ยวกับเรื่องของการว่างงานสูงถึง 1.2 ล้านคนแล้ว และจากสถานการณ์ในตอนนี้ที่คนติดเชื้อไวรัสยังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆรัฐบาลเริ่มมีการประกาศให้มีการปิดสถานบริการบางแห่งไม่ว่าจะเป็นพวกสถานบันเทิงหรือสวนสนุกรวมถึงสวนน้ำและยังมีการสั่งให้ร้านค้าต่างๆปิดร้านเร็วขึ้นซึ่งจะส่งผลทำให้เจ้าของธุรกิจนั้นได้รับผลกระทบในการดำเนินธุรกิจและสิ่งที่ตามมาก็อาจจะส่งผลรุนแรงถึงขนาดที่เจ้าของธุรกิจอาจจะต้องมีการปิดกิจการเพราะไม่สามารถที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้

            เนื่องจากว่าผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจในช่วงปีที่แล้วนั้นส่งผลให้เจ้าของธุรกิจหลายรายนั้นสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมากและครั้งนี้เป็นการได้รับผลกระทบต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วครั้งที่สถานการณ์ของธุรกิจนั้นยังไม่ดีขึ้นทำให้เชื่อได้ว่าจะมีเจ้าของกิจการอีกเป็นจำนวนมากที่จะต้องปิดกิจการไปและจะส่งผลทำให้คนตกงานเยอะขึ้นและไม่สามารถที่จะควบคุมอยู่ได้ซึ่งรัฐบาลเองก็จะไม่สามารถออกมาหางานรองรับคนตกงานได้เหมือนกับครั้งที่ผ่านมา

            เพราะในขณะนี้นั้นเจ้าของกิจการขายรายนั้นก็ไม่สามารถที่จะแบกรับต้นทุนเอาไว้ได้แล้วดังนั้นเชื่อว่าถ้าหากภายใน 2 เดือนนี้รัฐบาลยังไม่สามารถควบคุมการระบาดของไวรัสโควิตได้ปัญหาการว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนและปัญหาการเลิกจ้างงานนั้นจะต้องมีมามากซึ่งจะส่งผลเสียต่อประเทศไทยและเศรษฐกิจของไทยอย่างแน่นอน  

          อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์เกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐกิจว่าน่าจะมีการขยายตัวเพิ่มมากขึ้นเพราะจะมีการเปิดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยได้ซึ่งแนวโน้มเศรษฐกิจน่าจะโตขึ้นอีก 3 เปอร์เซ็นต์แต่หลังจากที่มีการระบาดของไวรัสโควิคในตอนนี้และยังควบคุมไม่ได้เชื่อได้ว่าความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจจะโตขึ้น 3% นั้นมีแนวโน้มเป็นไปได้ยากมากเลยทีเดียว     

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  aesexy

ร้าน The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand ประกาศปิดกิจการอย่างถาวร 

       หากใครที่เคยเข้าไปเดินตามห้างสรรพสินค้าที่มีขนาดใหญ่คงน่าจะเคยเห็นร้านที่มีการติดป้ายชื่อหน้าร้านว่าชื่อ ร้าน The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand  ซึ่งร้านนี้เป็นร้านที่ขายกาแฟและชาเครื่องดื่มต่างๆและมีขนมขายบ้างเล็กน้อยแต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะเน้นในเรื่องของพวกชาและกาแฟเป็นหลัก

ซึ่ง ร้าน The Coffee Bean & Tea Leaf เป็นร้านที่ขายดีมากในประเทศสหรัฐอเมริกาโดยมีการขยายสาขาในประเทศสหรัฐอเมริกาหลายสาขาก่อนที่จะมีการขยายสาขามาจนถึงประเทศไทยสำหรับร้าน The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand นี้มีการมาเปิดสาขาขายกาแฟและชาในประเทศไทยครั้งแรกเมื่อประมาณปีพ.ศ 2556

ซึ่งในครั้งแรกที่มาเปิดตัวนั้นได้รับความนิยมจากนักกินกาแฟและชากันเป็นอย่างมากเนื่องจากว่าสินค้าเป็นแบรนด์สินค้าของต่างประเทศอีกทั้งยังมีรสชาติอร่อยทำให้หลายคนติดใจและสินค้าของร้าน The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand ก็ได้รับความนิยมจนถึงขนาดว่ามีสาขาเดียวไม่พอต้องมีการขยายสาขามากจนเรียกได้ว่านักสาขาไม่ถ้วนเลยทีเดียว

ซึ่งส่วนใหญ่นั้นสาขาก็จะตั้งอยู่ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆของประเทศไทยและต่างจังหวัดต่างๆนั่นเองอย่างไรก็ตามหลังจากที่มีการระบาดของไวรัสโควิคออกมาร้านค้าหลายร้านต่างก็ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากซึ่งหนึ่งในนั้นก็ย่อมต้องมีร้าน The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand รวมอยู่ด้วยนั่นเองซึ่งก่อนหน้านี้ทางด้านเจ้าของกิจการร้าน The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand ได้ออกมาประกาศผ่านทาง Facebook ของตนเอง

ว่าจะมีการปิดสาขาไปประมาณ 8 สาขาเนื่องจากว่าสาขาดังกล่าวนั้นได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิชอย่างหนักแต่ต่อมาไม่นานทาง Facebook ของร้าน The Coffee Bean & Tea Leaf Thailand ก็ออกมาประกาศเพิ่มเกี่ยวกับเรื่องของการปิดสาขาซึ่งยืนยันแล้วว่าจะมีการปิดทุกสาขาในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมปีพศ2563

ซึ่งการปิดสาขานี้เป็นการปิดแบบถาวรคือยกเลิกกิจการไปเลยจะไม่มีการขายกาแฟและชาของแบรนด์นี้อีกต่อไปในประเทศไทยโดยมีการให้เหตุผลว่าถึงแม้ว่าประเทศไทยจะสามารถกลับมาเปิดกิจการขายสินค้ากันได้ตามปกติแล้วแต่การแข่งขันเกี่ยวกับเรื่องของการขายกาแฟนั้นมีการแข่งขันค่อนข้างสูงมีหลายแบรนด์ที่เป็นแบรนด์ใหญ่ๆและประชาชนค่อนข้างนิยมไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ Starbucks

หรือแม้แต่ แบรนด์ Amazon ต่างก็ได้รับความนิยมเป็นจำนวนมากอีกทั้งยังมีแบรนด์ไทยอีกหลายแบรนด์ที่เป็นกาแฟไทยแท้ๆที่ได้รับความนิยมทำให้การแข่งขันการขายกาแฟค่อนข้างสูงและไม่คุ้มที่จะลงทุนในประเทศไทยยิ่งมีการระบาดของไวรัสยิ่งทำให้ร้านประสบปัญหาภาวะขาดทุนมาเป็นระยะเวลานานในที่สุดทางผู้บริหารของร้านกาแฟก็ตัดสินใจที่จะปิดกิจการนี้

 

สนับสนุนโดย.  ae บาคาร่า